Ethereum คืออะไร ทำไมคนถึงนิยมเป็นอันดับ 2 ของโลก

พฤษภาคม 21, 2024

thumbnail

Ethereum คืออะไร ทำไมคนถึงนิยมเป็นอันดับ 2 ของโลก

สำหรับการลงทุนในโลกดิจิทัลหรือคริปโทฯ เหล่านักลงทุนแทบจะทุกคนคงจะรู้จัก Ethereum กันอยู่แล้ว แต่ผู้คนจำนวณมากยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว Ethereum คืออะไร ลักษณะการทำงานของสกุลเงิน Ethereum คืออะไร และแนวโน้มของ Ethereum วันนี้ผู้คนยังให้ความสนใจกับมัน เหรียญของ Ethereum มีชื่อว่า ETH เหรียญนี้เป็นเหรียญที่ถือว่าน่าจับตามองมากเลยทีเดียว ด้วยจากตัวเหรียญที่มีขนาดใหญ่เป็น 2 รองจาก Bitcoin

 

Ethereum คืออะไร


Ethereum คืออะไร


  • Ethereum คือแพลตฟอร์ม decentralized finance มีเอกลักษณ์คือไม่จำเป็นต้อง พึ่งพาหรือไว้ใจใครคนใดคนหนึ่งในระบบ ทุกคนจะมีชุดข้อมูลการทำธุรกรรมต่างๆ บนระบบบล็อกเชนชุดเดียวกัน เมื่อมีใครทำการบิดเบือนหรือแก้ไขข้อมูลนั้น ก็จะไม่ เป็นที่ยอมรับของคนหมู่มาก เนื่องจากทุกคนมีชุดข้อมูลนั้นอยู่เหมือนกัน Ethereum นั้นถูกสร้างขึ้นโดย Vitalik Buterin (วิตาลิค บูเจริน) โปรแกรมเมอร์ ชาวรัสเซีย-แคนาดา ในปี 2013 และเปิดตัวในปี 2015 ทำให้ Ethereum กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลหลัก ในโลกของเทคโนโลยีสกุลเงินดิจิทัลและบล็อกเชน โดยสกุลเงินดิจิทัลนี้จะรู้จักกันในนาม Ether (อีเธอร์) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสองตามมูลค่าตลาดรองจาก Bitcoin (บิทคอยน์) 
  • ทำให้สิ่งที่อยู่บน Ethereum บล็อกเชนนั้นมีเยอะและไม่จำกัดเพียงสกุลเงินหลักอย่าง Ether หรือ ETH แต่จะรวมถึงนวัตกรรมใหม่และเก่าต่าง ๆ เช่น Decentralized Apps, Decentralized Finance (DeFi), NFTs ไปจนถึง GameFi อยู่ด้วยนั่นเอง ทำให้เครือข่าย Ethereum เองนั้นได้รับความสนใจจากเหล่าตัวนักลงทุนและผู้ใช้งานได้เข้ามาใช้งานและลงทุนในแพลตฟอร์มนี้ และ Ethereum ยังเป็นแพลตฟอร์มและสกุลเงินดิจิทัลที่นิยมลงทุนและใช้งานกันทั่วโลกอีกด้วย

 

ลักษณะการทำงานของสกุลเงิน Ethereum คืออะไร


ลักษณะการทำงานของสกุลเงิน Ethereum


Ethereum คือแพลตฟอร์มบล็อกเชนที่ถือว่าใหญ่เป็นอันดับสองของโลกดิจิทัล และลักษณะการทำงานของสกุลเงิน Ethereum คือต้องมีความปลอดภัยเป็นหลัก และน่าเชื่อถือในระดับสูงเลยทีเดียว ถึงทำให้ Ethereum นั่นได้มายืนอยู่ในจุดที่ผู้คนและ นักลงทุนต่างๆมองว่าตัวเหรียญใหญ่เป็นอันดับสองรองจากบิทคอยน์ 

  • Ethereum คือ Blockchain ที่มุ่งมั่นในการสร้าง Decentralize applications เป็นหลัก ลักษณะการทำงานของสกุลเงิน Ethereum ใช้ระบบการตรวจสอบแบบ Proof-of-work คือการ เก็บ 'Database' หลายแห่ง ทุก Node จะมีข้อมูลชุดเดียวกันและจะทำการตรวจสอบกันว่าชุดข้อมูลตรงกันหรือไม่ หากไม่ตรงก็จะทำการปัดตก Node นั้นไปทันที ทำให้ Node ดังกล่าวไม่ได้รับรางวัลของผู้ตรวจสอบนั่นเอง
  • ไม่ว่าจะเป็นชุดข้อมูลแบบไหน มันก็ถูกส่งกันผ่านบล็อกเชนได้หากอยากทำให้มัน Decentralized และปลอดภัย ทำให้เกิดการนำแนวความคิดนี้มาใส่ใน Application ที่ซึ่งเราสามารถที่จะส่งข้อมูลของสิ่งต่างๆหากันได้ไม่ว่าจะเป็น ไอเท็มในเกม, รูปภาพ, Identity ต่างๆที่ซึ่งจะปลอมแปลงไม่ได้
  • ลักษณะการทำงานของสกุลเงิน Ethereum คือทุกๆอย่างถูกควบคุมโดย Code นั้นทำให้มันไม่จำเป็นต้องใช้ตัวกลางในการรันโปรแกรม โปรแกรมเหล่านั้นล้วนใช้งานอยู่บน ETH บล็อกเชนเมื่อมีการใส่ข้อมูลเข้าไป Code ที่เขียนไว้จะรันมันตามที่ว่าไว้ ทำให้คุณสามารถใช้งาน application ได้โดยผ่านการจ่ายเหรียญ ETH ไปในบล็อกเชนเพื่อใช้แอพที่อยู่บนนั้น 

Ethereum นั้นได้สร้างโปรเจ็กต์ขึ้นมาเป็นพันโปรเจ็กต์ แต่โปรเจ็กต์ที่มีคนนิยมใช้นั้นมีไม่เยอะ และนี้คือโปรเจ็กต์หลักๆที่ทำให้เหล่านักลงทุนรู้ว่า Ethereum คืออะไร

  • Decentralized Finance คือโปรเจ็กต์ของ Ethereum ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การกระจายศูนย์ ของระบบการเงิน การใช้คริปโทฯเพื่อมาทดแทนธนาคารในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การให้กู้ยืม การกู้ยืม การสร้างรายได้ ดอกเบี้ย หรือการชำระเงิน ต่างๆโดยที่ไม่ต้อง เก็บข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ตัวอย่างเช่น Aave, Uniswap เป็นต้น
  • Art & Collectibles คือ โปรเจ็กต์ที่เน้นในการสร้าง Digital ownership ให้ความเป็นเจ้าของแก่ผู้สร้างและเพิ่มพลังให้แก่นักสะสมงานดิจิตอล หรือที่เรียกว่า NFTs นั่นเอง เช่น Opensea, Cryptopunk หรือจะเป็นแบบเพลงอย่าง Audius ซึ่งเห็นแพลตฟอร์มการฟังเพลงแบบ Decentralized ซึ่งศิลปินจะได้รับเงินโดยตรงจากการที่มีผู้คนเข้ามาฟังเพลงนั่นเอง
  • Decentralized Gaming คือ เกมส์ในยุค 3.0 ที่ผู้เล่นเกมส์สามารถครอบครองทรัพย์สินในเกมส์ได้นั่นเอง 
  • Decentralized Technology คือ สิ่งที่ถูกสร้างคนมี Web2 จะถูกนำมาใช้ใน Web3 มากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป

ข้อดีของลักษณะการทำงานของสกุลเงิน Ethereum คือ

  • Usecase มากที่สุด คือการที่ Ethereum มี Dapps เยอะมากมายในหลายๆด้าน ซึ่งจะเน้นไปทาง Defi และ NFTs เป็นหลัก ทำให้ Ethereum คือแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป
  • Decentralized มากที่สุด คือ แพลตฟอร์ม Ethereum และลักษณะการทำงานของสกุลเงิน Ethereum ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินให้แพลตฟอร์มนี้แพงที่สุด แต่แพลตฟอร์มนี้ยังมีการกระจายศูนย์มากที่สุด และยังปลอดภัยมากๆสำหรับนักลงทุนอีกด้วย
  • ETH 2.0 ที่กำลังใช้งานอยู่ คือการที่เปลี่ยนจาก Proof of work เป็น Proof of stake ซึ่งได้แก้ปัญหาเรื่องความแออัดและยังสามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่าเดิม รส่งผลให้ ETH มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคตนั่นเอง

ข้อเสียของลักษณะการทำงานของสกุลเงิน Ethereum คือ

  • Solidity ภาษาเดียวของ Ethereum นักพัฒนาที่เริ่มต้นจากบล็อกเชนอื่นๆจะไม่ชินกับภาษาที่ Ethereum ใช้ ทำให้เกิดความล่าช้าในการใช้ Ethereum 
  • Smart contract ไม่ได้มีแค่ Ethereum เจ้าเดียวอีกต่อไป เนื่องด้วยแพลตฟอร์มใหม่ๆนั่นได้มีการใช้ Smart contract มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในแพลตฟอร์มอื่นได้
  • Ethereum ไม่มี Max cap เนื่องจากลักษณะการทำงานของสกุลเงิน Ethereum คือ Burn หรือเผาเหรียญทิ้งทุกๆปี มูลค่าของมันจึงจะถูกสะท้อนจากอุปสงค์และอุปทานของเหรียญ ราคาของเหรียญเลยจะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานของเหรียญเท่านั้นเพราะว่าเหรียญไม่มีจำนวณจำกัด

 

การอัปเกรด Ethereum สู่ Ethereum 2.0


การอัปเกรด Ethereum สู่ Ethereum 2.0


Ethereum Classic มันคือ Blockchain ที่แยกออกมาจาก Ethereum เมื่อเกิดเหตุการโดนแฮ็คครั้งใหญ่ในปี 2016, แรกสุด Ethereum คือเครือข่ายนั้นถูกสร้างขึ้นในปี 2015 แต่เมื่อมันถูกแฮกในปี 2016 ราว $60 ล้าน และยังใช้ระบบ Proof of Work อยู่ Ethereum 2.0 คือการที่เปลี่ยนจาก Proof of Work เป็น Proof of Stake ซึ่งสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ลงทุนหรือผู้ที่ใช้งานแพลตฟอร์มนี้เป็นอย่างดี เพราะการโจมตี Ethereum 2.0 นั่นต้องใช้จำนวณเงินที่เยอะมาก และ Ethereum 2.0 ยังช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นหรือว่าประหยัดการใช้ไฟฟ้านั่นเอง และยังสามารถลดความแออัดของเครือข่ายได้อีกนั่นเอง

1. Beacon Chain

  • การสร้างเครือข่ายแยกของ Ethereum 2.0 หรือ Beacon Chain จุดประสงค์เพื่อทดสอบการทำงานของระบบ PoS หรือ Proof of Stake และหากเกิดปัญหาอะไรก็ตามบน Beacon Chain จะไม่ส่งผลต่อเครือข่าย Mainnet หรือ เครือข่ายหลัก 

2. The Merge

  • คือการเอาเครือข่าย Mainnet มารวมกับ Beacon Chain เพื่อให้ระบบ PoS หรือ Proof of Stake สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่และแทนที่การใช้งานแบบเก่าทั้งหมด การใช้งาน Smart Contract ยังสามารถเริ่มใช้งานได้ใน The Merge ได้อีกด้วย

3. Shard Chains

  • คือ การแบ่งข้อมูลทั้งหมดออกเป็น 64 ส่วน เพื่อให้เครือข่ายสามารถประมวลผลแบบ Parallel Processing หรือ แบบขนานได้ ส่งผลให้เวลาตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมสามารถทำได้รวดเร็วขึ้นถึง 1,000 ธุรกรรมต่อ 1 วินาที เทียบกับเวลาเดิมที่ 15 ธุรกรรมต่อ 1 วินาที 
  • ยังทำให้เครือข่าย Ethereum 2.0 รองรับจำนวนผู้ใช้งานได้มากขึ้นกว่าเดิม และผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์แรงๆ และเป็นการสนับสนุนให้ Ethereum 2.0 เป็น Decentralized Platform หรือ แพลตฟอร์มกระจายศูนย์ตามเป้าหมายที่แท้จริงของ Ethereum อีกด้วย

สรุปแล้วการพัฒนา Ethereum เข้าสู่ Ethereum 2.0 สร้างข้อดีให้แก่เหล่าผู้ใช้งานได้อย่างมาก และยังก้าวเข้าสู่เป้าหมายหลักของ Ethreum นั่นก็คือ Decentralized Platform หรือ แพลตฟอร์มกระจายศูนย์ อีกขั้นด้วย

 

Keywords พื้นฐานที่จะช่วยให้คุณเข้าใจ เหรียญ Ethereum มากขึ้น

  • Smart Contract คือ ข้อตกลงที่สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองโดยอัตโนมัติ เมื่อครบเงื่อนไขที่กำหนด และยังสามารถตรวจสอบการทำงานได้เพราะอยู่บนบล็อกเชน จึงเปรียบเสมือนพื้นฐานสำคัญของแอปพลิเคชันที่สร้างบน Ethereum
  • Initial Coin Offering (ICO) คือ การระดมทุนด้วยระบบล็อกเชนโดยมีคริปโตเคอร์เรนซีโดยใช้โทเคนเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนภายใต้เงื่อนไขหรือข้อมูลใน White Paper ซึ่ง Ethereum คือหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลหลักใน ICO ที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มมูลค่าของเหรียญให้มากขึ้น แม้ ICO จะได้รับผลตอบรับที่ดี แต่ยังถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงอยู่ นักลงทุนควรศึกษาเรื่อง ICO ก่อนลงทุน
  • Decentralize เป็นระบบ Open Source ที่อนุญาตให้ทุกคนเข้ามาเขียนโค้ดเพื่อสร้าง

แอปพลิเคชั่นได้อย่างอิสระ โดยใช้ Ether เป็นเหมือนค่าธรรมเนียมในการสร้างแอปพลิเคชั่น

 

Ethereum น่าลงทุนในระยะยาวมากกว่า Bitcoin ไหม?

คำตอบของคำถามนี้ขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนชอบความเสี่ยงแบบไหนมากกว่ากัน

  • ถ้าชอบแบบความเสี่ยงน้อยแนะนำให้ลงทุนในบิทคอยน์มากกว่า เพราะว่ามีความน่าเชื่อถือมากที่สุดในตลาดสกุลเงินดิจิทัล
  • แต่นักลงทุนที่เข้าใจจริงๆแล้วว่า Ethereum คืออะไร และลักษณะการทำงานของสกุลเงิน Ethereum เป็นอย่างไร แนะนำให้ลงทุนใน Ethereum มากกว่าเพราะว่าแนวโน้ม Ethereum วันนี้นั่นยังมีความเป็นไปได้ว่าจะสามารถขยับตัวขึ้นไปอีกได้ไกล และด้วยอุปสงค์ของ Ethereum ที่มีมากขึ้นและด้วยตัว ETH เหรียญที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด ราคานั่นจะเพิ่งขึ้นหรือลดลงตามอุปสงค์และอุปทานของเหรียญ ETH ในตลาดสกุลเงินดิจิทัล เพราะตอนนี้ ETH เหรียญนั่นเหลืออยู่ในตลาดน้อยลงมาก สวนทางกับกระแสความต้องการของตลาดที่นับวันยิ่งเพิ่มสูงขึ้น นั่นยิ่งทำให้ Ether มีมูลค่าสูงขึ้นตามไปด้วย

 

สรุป

Ethereum คือแพลตฟอร์ม Decentralized finance ซึ่งนับว่ามีความปลอดภัยสูงมากเมื่อทเียบกับแพลตฟอร์มเจ้าอื่นๆ เนื่องด้วยลักษณะการทำงานของสกุลเงิน Ethereum นั่นใช้เป็นแบบ Proof of Stake ทำให้มีความปลอดภัยสูงมาก และยังช่วยในการลดพลังงานในการใช้แพลตฟอร์มนี้อีกด้วย ในด้านของการลงทุน ETH เหรียญนี้ยังคงเป็นเหรียญที่อยู่ในสายตาของนักลงทุนแม้ตัวเหรียญเองจะไม่มีการจำกัดจำนวณเหรียญก็ตาม และด้วยแนวโน้ม Ethereum วันนี้นั้นผู้คนต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จึงทำให้เหล่านักลงทุนที่รู้จักกับเหรียญ Ethereum นั่นได้เลือกที่จะลงทุกในเหรียญนี้เป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจเสียเงินลงทุนทั้งจำนวน

 

หมายเหตุ

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง และ ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

 

เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Merkle Capital คือผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานก.ล.ต. บริษัทให้การดูแลและบริหารเงินลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลแก่ลูกค้าด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลายโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและการบริหารจัดการ