Stablecoin คืออะไร?

มิถุนายน 24, 2024

thumbnail

 

Stablecoin (สเตเบิลคอยน์) คือสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกออกแบบมาให้มีมูลค่าคงที่ หรือค่อนข้างเสถียรเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ เช่น ทองคำ หรือ สกุลเงินที่มีมูลค่าคงที่ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ โดยจุดประสงค์หลักของ Stablecoin คือการลดความผันผวนของมูลค่าที่มักพบในสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ เช่น Bitcoin Ethereum หรือสกุลเงินคริปโตฯ อื่น ๆ ที่มีความผันผวนที่ค่อนข้างสูง ในยุคที่สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ได้รับความนิยมและเป็นที่สนใจมากขึ้น หลายคนคงได้ยินคำว่า "Stablecoin" ผ่านหูผ่านตาอยู่บ่อยครั้ง แต่บางคนอาจยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร 

 

Stablecoin

 

Stablecoin คืออะไร ?

 

Stablecoin คืออะไร

 

Stablecoin คือสกุลเงินดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อรักษามูลค่าให้คงที่ มักจะผูกมูลค่าไว้กับสินทรัพย์จริง เช่น สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ทองคำ หรือแม้กระทั่งตะกร้าของสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อลดความผันผวนที่มักพบในสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ เช่น Bitcoin หรือ Ethereum เป็นต้น โดย Stablecoin สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามวิธีการรักษามูลค่า

 

แล้ว Stablecoin มีบทบาทสำคัญอย่างไรในระบบนิเวศของสกุลเงินดิจิทัล Stablecoin จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา ทำให้นักลงทุนและผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างมั่นใจมากขึ้น อีกทั้งยังใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และใช้ในการเก็บรักษามูลค่าในช่วงที่ตลาดดิจิทัลมีความผันผวนสูง นอกจากนี้ Stablecoin ยังเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) เนื่องจากสามารถใช้ในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล การกู้ยืม และการให้ยืมในรูปแบบต่าง ๆ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางแบบดั้งเดิม

 

ดังนั้น Stablecoin จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมการยอมรับและการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลในวงกว้าง และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์อนาคตของการเงินดิจิทัลที่เสถียรและมั่นคงมากยิ่งขึ้น

 

Stablecoin มีกี่ประเภท ?

 

Stablecoin มีกี่ประเภท

 

จุดประสงค์หลักของ Stablecoin คือการลดความผันผวนของมูลค่าที่มักพบในสกุลเงินดิจิทัลทั่วไป เช่น Bitcoin หรือ Ethereum ในบทความนี้เราจะมาดูประเภทของ Stablecoin และความแตกต่างของแต่ละประเภท

 

1. Fiat-collateralized Stablecoin 

Fiat-collateralized Stablecoin คือ Stablecoin ที่มีการค้ำประกันด้วยเงิน Fiat (เงินเฟียต) เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร หรือเงินเฟียตอื่น ๆ โดยผู้ออก Stablecoin จะต้องมีเงินเฟียตในสำรองเพื่อค้ำประกันมูลค่าของ Stablecoin ที่ออกมา โดยตัวอย่างของ Stablecoin ประเภทนี้ได้แก่ Tether (USDT) และ USD Coin (USDC) ทั้งสองนี้มีมูลค่าคงที่เท่ากับหนึ่งดอลลาร์สหรัฐสำหรับหนึ่งเหรียญ Stablecoin ประเภทนี้ได้รับความนิยมมากที่สุดเนื่องจากมีความน่าเชื่อถือและมีเสถียรภาพทางมูลค่าสูง

 

การใช้ Fiat-collateralized stablecoin มีข้อดีหลายประการ หนึ่งในนั้นคือความโปร่งใสและความมั่นคงทางมูลค่า เนื่องจากเงินเฟียตที่ใช้ค้ำประกันเป็นสกุลเงินที่มีการใช้งานในระบบเศรษฐกิจโลกและได้รับการยอมรับจากธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ การที่มีเงินเฟียตเป็นหลักประกันทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่ามูลค่าของ Stablecoin จะไม่ลดลงอย่างรวดเร็วเหมือนสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ที่ไม่มีการค้ำประกัน

 

อย่างไรก็ตาม Fiat-collateralized Stablecoin ก็มีข้อเสียเช่นกัน ความต้องการในการเก็บรักษาเงินเฟียตในสำรองหมายความว่าผู้ออกต้องมีการจัดการสำรองและการตรวจสอบอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินที่เก็บรักษาเงินเฟียต หากเกิดปัญหาทางการเงินกับสถาบันดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของ Stablecoin ได้

 

2. Commodity-collateralized Stablecoin 

Commodity-collateralized Stablecoin คือ Stablecoin ที่มีการค้ำประกันด้วยสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ น้ำมัน หรือโลหะมีค่าอื่น ๆ ตัวอย่างของ Stablecoin ประเภทนี้ได้แก่ Digix Gold (DGX) ซึ่งแต่ละเหรียญจะถูกค้ำประกันด้วยทองคำจริงในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่ง การใช้สินค้าโภคภัณฑ์เป็นหลักประกันทำให้ Stablecoin ประเภทนี้มีมูลค่าที่แน่นอนและมีความน่าเชื่อถือสูง

 

การใช้ Commodity-collateralized Stablecoin มีข้อดีหลายประการ หนึ่งในนั้นคือความมั่นคงและความปลอดภัย เนื่องจากสินค้าโภคภัณฑ์ที่ใช้ค้ำประกันเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าและความต้องการในตลาดโลก การที่มีสินค้าโภคภัณฑ์เป็นหลักประกันทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่ามูลค่าของ Stablecoin จะไม่ลดลงอย่างรวดเร็วเหมือนสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ที่ไม่มีการค้ำประกัน

 

และข้อเสียของ Commodity-collateralized Stablecoin คือ การเก็บรักษาสินค้าโภคภัณฑ์อาจมีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลดลงอย่างรวดเร็วอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าของ Stablecoin ได้

 

3. Crypto-collateralized Stablecoin

Crypto-collateralized Stablecoin คือ Stablecoin ที่มีการค้ำประกันด้วยสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ เช่น Ethereum หรือ Bitcoin ตัวอย่างเช่น DAI ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ค้ำประกันด้วย Ethereum ในระบบของ MakerDAO การใช้สกุลเงินดิจิทัลอื่นเป็นหลักประกันทำให้ Crypto-collateralized Stablecoin มีความยืดหยุ่นและโปร่งใสในการตรวจสอบ

 

การใช้ Crypto-collateralized stablecoin มีข้อดีอยู่มาก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือความโปร่งใสและความสามารถในการตรวจสอบ ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะของหลักประกันและการทำธุรกรรมได้อย่างโปร่งใสบนบล็อกเชน นอกจากนี้ยังมีความยืดหยุ่นในการจัดการและการปรับปรุงระบบ เนื่องจากเป็นระบบที่ทำงานบนบล็อกเชนทำให้สามารถปรับปรุงและอัปเดตระบบได้อย่างรวดเร็ว

 

ในทางตรงกันข้าม ข้อเสียของCrypto-collateralized stablecoin คือ ความผันผวนของราคาสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้ค้ำประกันอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าของ Stablecoin หากราคาของสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้ค้ำประกันลดลงอย่างรวดเร็วอาจทำให้มูลค่าของ Stablecoin ลดลงเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีความซับซ้อนในการจัดการระบบและการค้ำประกัน ซึ่งต้องใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญในการดำเนินการ

 

4. Non-collateralized Stablecoin 

Non-collateralized Stablecoin คือ Stablecoin ที่ไม่ได้มีการค้ำประกันด้วยสินทรัพย์ใด ๆ แต่ใช้กลไกการควบคุมมูลค่าผ่านอัลกอริธึมหรือการบริหารจัดการทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างของ Stablecoin ประเภทนี้ได้แก่ Basis (เดิม) ซึ่งใช้ระบบการออกเหรียญและการเผาเหรียญเพื่อลดหรือเพิ่มอุปทานในตลาดเพื่อรักษามูลค่าให้คงที่

 

ข้อดีของการใช้ Non-collateralized Stablecoin คือความยืดหยุ่นในการจัดการและการปรับปรุงระบบ เนื่องจากไม่ต้องมีการค้ำประกันด้วยสินทรัพย์ทำให้สามารถปรับปรุงและอัปเดตระบบได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีความโปร่งใสในการตรวจสอบและการทำธุรกรรมบนบล็อกเชน

 

และข้อเสียของ Non-collateralized stablecoin คือ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการมูลค่าผ่านอัลกอริธึมอาจทำให้ระบบไม่สามารถรักษามูลค่าได้ตามที่ต้องการ หากเกิดปัญหาในระบบอัลกอริธึมหรือมีการโจมตีระบบอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าของ Stablecoin ได้ นอกจากนี้ยังมีความซับซ้อนในการออกแบบและการบริหารจัดการระบบซึ่งต้องใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญในการดำเนินการ

 

Stable Coin สำคัญอย่างไรในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

 Stablecoin คือ เครื่องมือที่สำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้กับการใช้งานสกุลเงินดิจิทัล ในปัจจุบัน Stablecoin มีหลายประเภทเพื่อตอบสนองต่อความต้องการและความเสี่ยงที่หลากหลายของผู้ใช้งาน การใช้ Stablecoin ช่วยลดความผันผวนของมูลค่า ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างระบบเศรษฐกิจดิจิทัลกับระบบเศรษฐกิจทั่วไป

 

การเลือกใช้ Stablecoin

ในการเลือกใช้ Stablecoin ควรพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้ออกการค้ำประกัน และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ผู้ใช้งานควรทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อให้สามารถเลือกใช้ Stablecoin ที่เหมาะสมกับความต้องการและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ นอกจากนี้ยังควรติดตามข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงในตลาดสกุลเงินดิจิทัลเพื่อปรับตัวให้ทันกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

 

ข้อดีและประโยชน์ของ Stablecoin

Stablecoin คือสกุลเงินดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อลดความผันผวนของราคา ทำให้เป็นที่นิยมสำหรับการทำกิจกรรมทางการเงินต่าง ๆ ข้อดีหลักของ Stablecoin คือความเสถียรของราคา ซึ่งส่วนใหญ่ได้จากการผูกค่าไว้กับสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ เช่น ดอลลาร์สหรัฐหรือตะกร้าสกุลเงิน ความเสถียรนี้ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความผันผวนของราคาที่พบในสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ นอกจากนี้ Stablecoin ยังมีประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชน เช่น ความโปร่งใส ความปลอดภัย และความเร็วในการทำธุรกรรมที่สูงขึ้น โดยไม่ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคา นอกจากนี้ยังเป็นวิธีการโอนมูลค่าข้ามพรมแดนได้อย่างราบรื่น ทำให้การโอนเงินมีราคาถูกและรวดเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับระบบการเงินแบบดั้งเดิม ยิ่งไปกว่านั้น Stablecoin ยังสามารถเป็นที่เก็บมูลค่าที่เสถียรและเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อในประเทศที่มีสกุลเงินไม่เสถียร การผสมผสานระหว่างความเสถียร ประสิทธิภาพ และการเข้าถึงได้ง่ายทำให้ Stablecoin เป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าในเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังพัฒนา

 

Stablecoin มีข้อดีและประโยชน์หลายประการที่ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้นในวงการการเงินดิจิทัล

 

1. ความเสถียรของมูลค่า Stablecoin ถูกออกแบบมาให้มีมูลค่าที่เสถียร เนื่องจากมีการผูกค่าไว้กับสินทรัพย์ที่มีมูลค่าคงที่ เช่น เงินดอลลาร์ หรือทองคำ ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่ามูลค่าของ Stablecoin จะไม่ผันผวนมากเหมือนกับสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ เช่น Bitcoin หรือ Ethereum

 

2. การโอนเงินรวดเร็วและต้นทุนต่ำ การโอนเงินผ่าน Stablecoin สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับการโอนเงินผ่านระบบธนาคารแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะการโอนเงินระหว่างประเทศที่มักจะมีค่าธรรมเนียมสูง

 

3. การเข้าถึงตลาดการเงินใหม่ Stablecoin ช่วยให้ผู้คนในประเทศที่มีการควบคุมเงินที่เข้มงวดหรือมีสภาพเศรษฐกิจไม่เสถียรสามารถเข้าถึงตลาดการเงินดิจิทัลได้ ทำให้สามารถเก็บรักษามูลค่าและทำธุรกรรมได้อย่างเสรี

 

4. การรวมตัวเข้ากับ DeFi Stablecoin มีบทบาทสำคัญในระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) โดยสามารถใช้เป็นหลักประกันในแพลตฟอร์มการกู้ยืม การฝากเงินเพื่อรับดอกเบี้ย และการทำธุรกรรมอื่นๆ ในโลกของ DeFi

 

5. การป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด นักลงทุนสามารถใช้ Stablecoin เป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่มีความผันผวนสูงไปเป็น Stablecoin เพื่อรักษามูลค่าเงินลงทุนในช่วงที่ตลาดผันผวน

 

ข้อเสียของ Stablecoin

 

Stablecoin มีข้อเสียหลายประการที่ต้องพิจารณา ดังนี้

 

1. การผูกกับสินทรัพย์หลัก Stablecoin ผูกค่าไว้กับสินทรัพย์ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหมายความว่าค่าเงินจะต้องพึ่งพาความมั่นคงของสินทรัพย์ดังกล่าว หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้สินทรัพย์หลักเกิดความผันผวนหรือสูญเสียค่า มูลค่าของ Stablecoin ก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน

 

2. ความเสี่ยงในการควบคุมและการบริหารจัดการ การรักษาความเสถียรของ Stablecoin ต้องอาศัยการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ความผิดพลาดในการบริหารหรือการควบคุมอาจทำให้เกิดการสูญเสียความเชื่อมั่นและมูลค่าได้

 

3. การเผชิญกับกฎระเบียบ Stablecoin อาจต้องเผชิญกับกฎระเบียบและข้อบังคับจากภาครัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนทางกฎหมายและการเงิน

 

4. ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แม้ว่า Stablecoin จะใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนซึ่งมีความปลอดภัยสูง แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากการถูกแฮ็กหรือการโจมตีทางไซเบอร์

 

5. ข้อจำกัดด้านความโปร่งใส บางครั้งการบริหารจัดการ Stablecoin อาจไม่โปร่งใสเพียงพอ ทำให้นักลงทุนไม่สามารถตรวจสอบสถานะของเงินสำรองที่ใช้ในการค้ำประกัน Stablecoin ได้อย่างเต็มที่

Stablecoin มีข้อดีหลายประการ แต่ข้อเสียเหล่านี้จำเป็นต้องพิจารณาและจัดการเพื่อให้แน่ใจว่าการใช้งาน Stablecoin มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

 

Stablecoin สำคัญกับ Borderless Payment อย่างไร

Stablecoin คือสกุลเงินดิจิทัลที่มีความเสถียรโดยอ้างอิงมูลค่ากับสินทรัพย์จริง เช่น ดอลลาร์สหรัฐหรือทองคำ จึงช่วยลดความผันผวนของราคา 

ในยุคที่การชำระเงินข้ามพรมแดนเป็นเรื่องสำคัญ การโอนเงินระหว่างประเทศมักประสบปัญหาค่าธรรมเนียมสูง เวลารอนาน และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน Stablecoin ช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยระบบที่รวดเร็วและปลอดภัย ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลกโดยไม่จำกัดพรมแดน 

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจและนักลงทุนเข้าถึงตลาดโลกได้ง่ายขึ้น ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ การใช้งาน Stablecoin จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาระบบการเงินในยุคดิจิทัล ช่วยลดขั้นตอนการทำธุรกรรมแบบดั้งเดิมและเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินให้กับทุกฝ่าย ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจและการเชื่อมโยงทางการเงินในระดับสากลอย่างยั่งยืน

 

หมายเหตุ

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง และ ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Merkle Capital คือผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานก.ล.ต. บริษัทให้การดูแลและบริหารเงินลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลแก่ลูกค้าด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลายโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและการบริหารจัดการ